English

6 สิ่งชำรุดภายในบ้านที่ต้องซ่อมก่อนสายเกินไป

มีงานซ่อมแซมบ้านอยู่หลายอย่าง ที่เราควรทำทันทีที่เห็น ไม่เช่นนั้น ปัญหาเล็กก็อาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ โดยเฉพาะ 6 สิ่งต่อไปนี้หากปล่อยไว้นานเกินไป มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับของคุณ

1.ไม้ผุทั้งหลายแหล่ : ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือขอบประตู ขอบหน้าต่าง หากปล่อยทิ้งไว้นานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งซ่อมแซมได้ยากขึ้นเท่านั้น เพราะไม้ผุนี้ สามารถผุขยายไปส่วนอื่น ๆ ได้ จากเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ นอกจากนั้น พวกสัตว์หรือแมลงตัวเล็ก ๆ ก็จะเข้าไปอาศัย ไปสร้างรังกันอยู่ในโพรงไม้นั้นได้เลย ในการซ่อมแซมไม้ผุนั้น เราจะต้องเอาส่วนที่ผุออกให้หมด แล้วเสริมไม้ใหม่เข้าไปแทน และควรจะทำในขณะที่ไม้แห้ง หากไม่มั่นใจว่าจะลงมือทำเองได้ถูกวิธี ก็ควรจะจ้างช่างผู้เชี่ยวชาญมาจัดการให้

2. ทางระบายน้ำอุดตัน : การทำความสะอาดท่อ หรือทางระบายน้ำนั้น ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย แต่อย่างไรก็ตาม เราควรจะต้องหมั่นทำความสะอาดและตรวจสอบอยู่เสมอ เพื่อป้องกันปัญหาใหญ่ หากในท่อหรือทางระบายน้ำมีสิ่งอุดตัน ต้องรีบกำจัดออกโดยเร็ว ยิ่งถ้าเป็นฤดูฝนก็ยิ่งต้องหมั่นดูแล ไม่เช่นนั้นปริมาณน้ำที่ขังอยู่เยอะ ระบายไม่ทันอาจจะสร้างปัญหาได้ นอกจากนั้น น้ำที่ขังก็เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เราอาจจะใช้น้ำลองฉีดล้าง เพื่อดูว่าน้ำไหลผ่านได้ดีหรือไม่ หากน้ำไหลผ่านไม่ปกติ ก็ต้องหาจุดที่สิ่งสกปรกอุดตัน และนำออกมาให้เร็วที่สุด

3. กระเบื้องหรือวัสดุปูพื้นโรงรถแตก : บางบ้านไม่ได้ให้ความสำคัญ เพราะเห็นว่าปัญหานี้ อยู่แค่ในโรงรถ ถนนที่รถวิ่งเข้าบ้าน แต่หากเราปล่อยไว้นาน รถก็วิ่งทับทุกวัน รอยแตกรอยแยกเล็ก ๆ ก็จะขยายใหญ่ขึ้น จากกระเบื้องแตกเพียงแผ่นเดียวก็กลายเป็นหลายแผ่น หากซ่อมโดยเร็วก็อาจจะไม่ต้องทำให้เสียค่าใช้จ่ายมาก รอยแตกนี้ หากทิ้งไว้นาน ก็จะมีดินมาติด มีวัชพืชมากขึ้น ยิ่งทำให้เสียหายหนักมากขึ้น

4. ก๊อกน้ำ หรือหัวฉีดรั่ว : บ่อยครั้งที่เราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับก๊อกน้ำ หรือหัวฉีดฝักบัวที่มีน้ำหยดออกมานิด ๆ หน่อย ๆ แต่หากปล่อยไว้นาน ปัญหาก็จะยิ่งขยายใหญ่ขึ้นมาได้เช่นกัน ไม่เพียงแค่เสียน้ำไปโดยเปล่าประโยชน์เท่านั้น แต่จะก่อให้เกิดปัญหาน้ำขัง เกิดคราบสกปรก และเป็นที่เพาะเชื้อราเชื้อโรคได้อีกด้วย ในการแก้ไขปัญหานี้ เราต้องหาต้นตอให้เจอเสียก่อนแล้วจึงจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด

5.คราบน้ำภายในบ้าน : หากเราเห็นคราบน้ำอยู่ภายในบ้าน นั่นแสดงว่า จะต้องมีจุดใดจุดหนึ่งที่มีน้ำรั่ว อาจจะรั่วมาจากบนเพดาน หรือผนังก็ได้ และปัญหานี้ เป็นตัวบ่งบอกว่า เรามีปัญหาน้ำรั่วจุดใหญ่ ๆ เสียแล้ว ซึ่งเราต้องหาให้เจอ หากเราพบว่ามีคราบน้ำบริเวณหน้าต่าง จุดรั่วก็น่าจะอยู่ที่หน้าต่าง หรือวงกบ หากมีคราบน้ำบริเวณฝ้า เพดาน ให้เช็คห้องน้ำ หรือท่อระบายน้ำ ที่อยู่ชั้นบน และเมื่อพบต้นตอแล้วให้ประเมินปัญหา ถ้าปัญหาใหญ่เกินกว่าที่จะแก้ได้ด้วยตนเองก็ต้องใช้มืออาชีพ

 

6. ปลั๊กเสียบไฟฟ้า : หากเราเสียบปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้า แล้วอุปกรณ์นั้นมีปัญหาติด ๆ ดับ ๆ เมื่อเช็คดูแล้วตัวอุปกรณ์ไม่เสียหาย ความเสียหายอาจจะอยู่ที่ปลั๊ก ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้านั้น อันตรายเกินกว่าจะซ่อมแซมด้วยตนเอง หากไม่ใช่มืออาชีพ ควรเรียกช่างไฟมาแก้ไขให้จะดีกว่า

ของเสียของชำรุดเล็ก ๆ เหล่านี้ แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ และไม่ได้ต้องเร่งรีบแก้ไขแต่อย่างใด แต่จริง ๆ แล้วหากปล่อยไว้ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ จะเป็นการดีถ้าเราหาทางจัดการกับปัญหาเสียแต่เนิ่น ๆ