ข้อความผิดพลาด

Warning: ini_set(): A session is active. You cannot change the session module's ini settings at this time in drupal_environment_initialize() (line 692 of /home/haaksqr/public_html/includes/bootstrap.inc).

ที่ดินแนวรถไฟฟ้าสีน้ำเงินราคาพุ่ง1เท่า

เปิดทำเลทองแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเส้นทางหัวลำโพง-บางแค ,บางซื่อ-ท่าพระ พบบิ๊กอสังหาฯ รุกตุนที่ดิน

ผุดคอนโดมิเนียม 12 โครงการ กว่า 4 พันยูนิต ซื้อขายที่ดินเปลี่ยนมือคึกคัก เผยทำเลแยกท่าพระ-เพชรเกษม ดันราคาพุ่งกว่า 100% จากตารางวาไม่ถึง 1 แสนบาทขึ้นเป็น 2.5 แสนบาท ภายใน 2 ปี สะท้อนการพัฒนาเมืองย้ายฝั่งจากสุขุมวิทตอนปลายข้ามไปฝั่งธนฯ

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้ความเห็นชอบในการเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้ากทม.-ปริมณฑล ตามแผนเดิมใน 10 สายทางหลัก ระยะทาง 464 กม. ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเมืองรอบข้างสถานีรถไฟฟ้า โดยเฉพาะ "รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน" (หัวลำโพง-บางแค ,บางซื่อ-ท่าพระ) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2560

เส้นทางบางช่วงของรถไฟฟ้าสายนี้ ผ่านใจกลางเมืองย่านหัวลำโพง เยาวราช ย่านชุมชนเก่าแก่ ผลักดันให้เกิดการซื้อขายเปลี่ยนมือโดยกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ที่มองเห็นโอกาสในการพัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ กรณี ทีซีซี แลนด์ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นตัวอย่างหนึ่งของการซื้อพื้นที่บริเวณเวิ้งนาครเขษม เพื่อรับการมาของรถไฟฟ้าสายนี้ จนกลายเป็นประเด็นปัญหาชุมชนกับการพัฒนา

ไม่นับทุนใหญ่ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในตลาดหลักทรัพย์หลายราย และนอกตลาดฯ ที่เข้าจับจองที่ดินผุดโครงการที่อยู่อาศัย ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ราคาที่ดินตลอดเส้นทางดังกล่าว ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปรับราคาไปแล้วกว่า 100%

นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด เปิดเผยถึงความคึกคักของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง -บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ แบ่งเป็นรถไฟฟ้ายกระดับระยะทาง 22 กม. มีสถานียกระดับ 17 สถานี และรถไฟฟ้าใต้ดินระยะทาง 5 กม. มีสถานีใต้ดิน 4 สถานี ตามแผนโครงการจะกำหนดสร้างเสร็จในปี 2560

โดยโครงการดังกล่าวจะเริ่มต้นจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีหัวลำโพง ผ่านถนนเจริญกรุง (สถานีวัดมังกร) วังบูรพา ถนนสนามไชยพระบรมมหาราชวัง ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาด ผ่านคลองบางกอกใหญ่ ถนนอิสรภาพ แล้วเปลี่ยนเป็นเส้นทางยกระดับที่แยกท่าพระ มีสถานีร่วมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ -ท่าพระ ระยะทาง 9 กม. ประกอบด้วย สถานีท่าพระ บางไผ่ บางหว้า เพชรเกษม 48 ภาษีเจริญ บางมด และหลักสอง

ราคาที่ดินพุ่งเท่าตัว-คอนโด1-2 ล้านคึก

เขาระบุว่า ตามเส้นทางดังกล่าวพบว่า ที่ผ่านมามีนักอสังหาริมทรัพย์ซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการในทำเลถัดจากเมืองชั้นในและย่านธุรกิจ (CBD-central business district) เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัย (คอนโดมิเนียม) ระดับราคา 1-2 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่พัฒนาโครงการแล้วสามารถขายได้รวดเร็ว เนื่องจากเป็นทำเลใหม่ ทำให้ต้นทุนราคาที่ดินยังไม่สูงมากนักจึงเกิดความคุ้มค้าต่อการลงทุน

อย่างไรก็ตาม จากความคึกคักของตลาด ส่งผลให้ราคาที่ดินบริเวณดังกล่าวปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากย่านถนนเยาวราช ฝั่งธนบุรี เพชรเกษม และบางแค โดยพบว่าราคาที่ดินบริเวณฝั่งธนบุรีขยับขึ้นเกิน 100 % จากตารางวาละไม่ถึง 1 แสนบาท (ประมาณ 8-9 หมื่นบาท) ขยับขึ้นไปที่ราคาสูงสุดตารางวาละ 1.5-2.5 แสนบาท

ขณะที่ที่ดินย่านถนนเยาวราช มีโอกาสที่ราคาที่ดินจะเพิ่มเป็นตารางวาละ 1 ล้านบาท แต่ยังไม่มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นใหม่ เนื่องจากติดปัญหาผังเมืองในการควบคุมอาคารสูง อีกทั้งราคาที่ดินดังกล่าวไม่คุ้มค่ากับการนำมาลงทุนก่อสร้างคอนโดระดับราคา 1-2 ล้านบาท หากจะพัฒนาโครงการต้องเป็นโครงการระดับไฮเอนด์ เพื่อขายให้ต่างชาติ

"นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ทั้งพฤกษา พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ต่างทยอยซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ ก่อนที่รถไฟฟ้าจะสร้างเสร็จ ทำให้ราคาขยับขึ้นจากไม่ถึงตารางวาละแสนบาทขยับมาถึงตารางวาละ 5 แสนบาทก็ยังมี โดยสามารถพัฒนาโครงการ 1-2 ล้านบาท เพื่อขายให้ตรงกับความต้องการตลาด" นายวสันต์ กล่าว และว่า

ทำเลที่คึกคักที่สุดขณะนี้คือ บริเวณจากแยกท่าพระไปถึงถนนเพชรเกษม ราคาที่ดินในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาราคาตารางวาละไม่ถึงแสนบาท ขยับขึ้นมาที่ตารางวาละ 1.5-2.5 แสนบาท

การพัฒนาเมืองย้ายฝั่งสู่เพชรเกษม

เขาบอกว่า ย่านเพชรเกษม เป็นทำเลใหม่เปรียบไปก็เหมือนช่วงสุขุมวิทตอนปลาย (อ่อนนุช-บางนา) ที่มีรถไฟฟ้าผ่าน ในอดีตมีการเข้าไปซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก เพราะราคาที่ดินเริ่มต้นระดับตารางวาละแสนบาท แต่ปัจจุบันราคาขึ้นไปไม่ต่ำกว่าล้านบาทต่อตารางวา ทำให้การพัฒนาเริ่มอิ่มตัวและย้ายมาฝั่งเพชรเกษม เนื่องจากราคาที่ดินเริ่มปรับสูงขึ้น ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก จนเกรงว่าจะเกิดภาวะ "โอเวอร์ซัพพลาย" (ปริมาณโครงการมากกว่าความต้องการ) ขณะเดียวกันคู่แข่งเริ่มมีจำนวนมากขึ้น ทำให้ยอดขายโครงการชะลอตัว

“นักพัฒนาเริ่มเทไปฝั่งธนบุรีแล้ว เหมือนบางนาโตเยอะเวลาขยายไป ปลายทางคอนโดไม่เกิน 3 ล้านบาท เพชรเกษม บางแค อดีตต้นทุนราคาที่ดินไม่สูงมากนัก แต่เมื่อคนทำมากขึ้นก็ทำให้ราคาที่ดินขยับขึ้นอย่างรวดเร็วจนปัจจุบันก็ไม่คุ้มค่าหากทำคอนโดระดับ 1-2 ล้านบาท อ่อนนุชเริ่มแพงอ่อนนุชทำให้นักอสังหาฯ ขยับไปหาทำเลใหม่"

คอนโดผุด 12 โครงการ 4 พันกว่ายูนิต

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ยังระบุถึงจำนวนคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน(หัวลำโพง-บางแค ,บางซื่อ -ท่าพระ) ในครึ่งปีหลังของปี 2556 ถึง พ.ค.2557 พบว่า มีคอนโดมากถึง 12 โครการ จำนวนหน่วยรวม 4,659 ยูนิต มีหน่วยเหลือขาย 2,294 ยูนิต แบ่งเป็นช่วงบางซื่อ-ท่าพระ จำนวน 2,285 ยูนิต มีหน่วยเหลือขาย 1,083 ยูนิต และช่วงหัวลำโพง-บางแค จำนวน 2,374 ยูนิต มีหน่วยเหลือขาย 1,211 ยูนิต

โดยช่วงบางซื่อ-ท่าพระ มีคอนโดจำนวน 6 โครงการ ได้แก่ โครงการเดอะทรี พริวาต้า ของบมจ.พฤกษา เรียลเอสเตส ,โครงการ มายรีสอร์ท แอท ริเวอร์ ของบจ.อิควิตี้ เรสซิเดนเชียล เจ้าพระยา โครงการทิว ริเวอร์ เพลส จรัญสนิทวงศ์ 46 ของบจ.ณัฐหทัย โครงการธนา อาร์เคเดีย จรัญสนิทวงศ์ 40 ของบจ.ธนาแลนด์ โครงการไอดิโอ โมบิ จรัญฯ อินเตอร์เชนจ์ ของบมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ และโครงการพี แอนด์ เอส เพลส จรัญสนิทวงศ์ 13 ของบจ.ปานวาด พร็อพเพอร์ตี้

ส่วนช่วงหัวลำโพง-บางแค จำนวน 6 โครงการ ได้แก่ เดอะเพรสซิเด้นท์ สาทร-ราชพฤกษ์ 2 ของ บจ.ชัยพัฒนาที่ดิน โครงการเดอะเพรสซิเด้นซ์ สาทร -ราชพฤกษ์ ของ บจ.ชัยพัฒนา โครงการเลคเมโทร พาร์ค ของบมจ.พร้อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค โครงการดิ ออสก้า เพชรเกษม 58 ของบจ.โปรต้า โครงการเดอะ โมนาเวล ของบจ.เซนจูรี่ ซิตี้ เรียลเอสเตท และโครงการวีว่า คอนโด เพชรเกษม 68 ของ บจ.ทรัพย์ในดินสินในน้ำนำโชค

อีกทำเลฮอต 'หมอชิต-สะพานใหม่'

ทำเลใหม่อีกแห่งที่น่าจับตาที่จะมีการพัฒนามากขึ้นเพื่อรองรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต -สะพานใหม่ และสายสีชมพู ปากเกร็ด -มีนบุรี ที่กำลังจะประมูลในเร็วๆ นี้ ยังมีที่ดินในการพัฒนาและราคาไม่แพงมาก บวกกับอนาคตจะมีรถไฟฟ้า

 

เขายังกล่าวถึงแนวโน้มการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มกลับมาคึกคักในช่วงท้ายปี และแนวทางการพัฒนาเริ่มขยับไปหาเขตกลางเมือง ส่วนบ้านเดี่ยวก็เริ่มที่จะขยับไปสู่ชานเมืองที่ไกลห่างออกไปอีก เช่น รังสิต ลำลูกกา เจาะตลาดคอนโดราคาถูกไม่ถึง 1 ล้านบาท เพื่อรองรับตลาดล่าง

 

http://bit.ly/1kJZq7d

เข้าดูได้โดยบุคคลทั่วไป