ทุบสถานีสะพานตากสินไม่ง่าย/ลุ้น'ประจิน'เร่งเคลียร์

โครงการทุบสถานีสะพานตากสินส่อเค้ายาว ทช.จี้ กทม.-บีทีเอส เร่งส่งรูปแบบทุบสะพานและสถานีเพื่อแก้ปัญหาคอขวดโดยไม่กระทบโครงสร้างสะพานตากสิน ยันให้ความร่วมมือ ลุ้นบิ๊ก"ประจิน"เรียกเคลียร์เกาเหลา 4 ฝ่าย หลังกลุ่มประชาคมเขตและกลุ่มผู้ใช้บริการสถานีรถไฟฟ้าตากสินออกโรงต้าน
    
นายชาติชาย  ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า เดิมกรุงเทพมหานครเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสมาสิ้นสุดที่สถานีสะพานตากสิน ซึ่งสะพานดังกล่าวนั้นกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ก่อสร้างไว้พร้อมกับเว้นพื้นที่ช่วงกลางสะพานเอาไว้เพื่อรองรับหากบีทีเอสจะเดินรถเชื่อมไปยังฝั่งธนบุรีในอนาคต โดยขณะนั้น กทม.ยื่นขออนุญาตก่อสร้างสถานีสะพานตากสินเป็นการชั่วคราว ปัจจุบันพบว่ามีการเดินรถเชื่อมโยงไปยังฝั่งธนบุรี ซึ่งส่งผลให้จุดดังกล่าวเป็นจุดคอขวดต้องใช้เวลาหลีกการเดินรถตามมาเพราะเป็นทางเดี่ยว จึงมีแนวคิดทุบสะพานและสถานีตากสินเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
    "ปมปัญหาคือกทม.ขอให้ทช.ทุบโครงสร้างสะพานออกบางส่วนด้านละประมาณ 2 เมตรหรือด้านละประมาณ 1 เลน หลังจากนั้นจะให้ไปขยายปีกอีกด้านหนึ่งทดแทนส่วนที่ทุบออกไป ซึ่งทช.ไม่ได้ขัดข้องแต่ขอให้กทม.เสนอรูปแบบในการทุบให้ทช.พิจารณา ประการสำคัญโครงสร้างสะพานตากสินเป็นแบบบล็อกเซ็กเมนต์ทุบออกแล้วจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างสะพาน พร้อมกับจะเกิดผลกระทบต่อการจราจรในภาพรวม เกิดคอขวดขึ้นมาทันทีส่งผลให้รถติดเป็นระยะทางยาวอย่างแน่นอนซึ่งกทม.ก็ไม่ได้ส่งแบบให้ทช.พิจารณา ทวงถามหลายครั้งอีกทั้งยังมีการประชุมร่วมกันหลายครั้งก็ยังไม่นำเสนอแบบดังกล่าวให้ทช.พิจารณาแต่อย่างใด"
    ด้านนายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่ากทม.กล่าวว่า สถานี S6 (สถานีสะพานตากสิน) เป็นสถานีชั่วคราวซึ่งผู้รับสัญญาสัมปทานคือบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีทีเอสเป็นผู้ขอขยายสถานีระยะทางประมาณ 400 เมตรไปไว้ช่วงกลางสะพานตากสิน ยื่นขอต่อกรมทางหลวงชนบทโดยยืนยันว่าจะใช้เป็นสถานีชั่วคราว เมื่อเดินรถมากว่า 10 ปี กทม.ได้ขยายเส้นทางเดินรถเชื่อมโยงไปยังฝั่งธนบุรี จนถึงสถานีปลายทางที่บางหว้าจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้สถานีสะพานตากสินอีกต่อไป อีกทั้งยังเกิดจุดคอขวดช่วงสถานีดังกล่าวที่มีผลกระทบต่อช่วงเวลาการเดินรถของบีทีเอสอีกด้วย

    "บีทีเอสต้องการเดินรถให้เป็นไปตามเวลามาตรฐานจึงเสนอให้ทำเป็นทางคู่ซึ่งกทม.มีพื้นที่ก่อสร้างรองรับไว้แล้วแต่จะไปกระทบพื้นที่รองรับผู้โดยสารเนื่องจากพื้นที่แคบลง ประการสำคัญหากจะเดินรถ 4 ตู้ยังพบอีกว่าพื้นที่ของสถานีมีความยาวไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของการเดินรถ ซึ่งในยุคที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่ากทม.ก็ได้เสนอให้มีการย้ายสถานีสะพานตากสิน(S6)มารวมกับสถานีสุรศักดิ์(S5)แทน ซึ่งได้มีการประสานร่วมกับทช.มาอย่างต่อเนื่อง  และหลังจากนี้กทม.จะเร่งส่งรูปแบบการทุบสถานีดังกล่าวให้ทช.พิจารณาโดยเร็วต่อไป"
    ขณะแหล่งข่าวจากกลุ่มประชาคมเขตและกลุ่มผู้คัดค้านการทุบสถานีสะพานตากสินของโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส กล่าวว่า กรณีดังกล่าวส่อเค้าว่าจะวุ่นไม่จบเนื่องจากกทม.และบีทีเอสเสนอข่าวต่อสื่อมวลชนว่าทช.ไม่อนุญาตให้ทุบสะพานตากสินเพื่อก่อสร้างชานชาลารองรับผู้โดยสาร โดยทช.ได้กันพื้นที่ก่อสร้างไว้ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างโครงการไว้ช่วงกลางสะพานอย่างเพียงพอแล้ว ดังนั้นหากจะต้องทุบสะพานแล้วไปก่อสร้างใหม่ในอีกด้านหนึ่งจะสูญเสียงบประมาณจำนวนมากไปโดยเปล่าประโยชน์ทั้งๆที่สามารถออกแบบก่อสร้างสถานีใหม่โดยไม่ต้องทุบ
    "เห็นว่าจะกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการอีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับการเชื่อมต่อระบบอำนวยความสะดวกต่อการเดินทาง การที่กทม.เลือกจะสร้างวอล์กสเลเตอร์ยาวเกือบ 1กม.แทนนั้นประชาคมเห็นว่าไม่เหมาะสมและสิ้นเปลืองงบประมาณกว่า 600 ล้านบาทโดยไม่จำเป็น ดังนั้นจึงนำเสนอความเดือดร้อนต่อพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ไปแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้ง 3-4 ฝ่ายคือ กทม.-ทช.-บีทีเอสและกลุ่มประชาคมเข้าหารือร่วมกัน"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,971 วันที่  3 - 6  สิงหาคม พ.ศ. 2557.

 

http://bit.ly/1oLBo6B

เข้าดูได้โดยบุคคลทั่วไป