พระบรมมหาเจดีย์ วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร ได้รับรางวัลจากยูเนสโก้

เจดีย์ “วัดประยูร” นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาร่วมบูรณะกับเทคนิคสมัยโบราณ เชื่อหากมีการรื้อเสาแกนกลางออก ตัวเจดีย์จะยังอยู่ได้ …

วันที่ 12 ก.ย. พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส (วัดประยูร) กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กล่าวในการแถลงข่าวพระบรมธาตุมหาเจดีย์วัดประยุรวงศาวาสฯ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 จากยูเนสโก ว่า ตามที่พระบรมธาตุมหาเจดีย์ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 จากโครงการประกวดรางวัล เพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกประจำปี 2556 จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก โดยทางยูเนสโก จะมอบป้ายทองเหลืองประกาศยกย่องรางวัลดังกล่าวในวันที่ 16 พ.ย.

ทั้งนี้ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้โครงการดังกล่าวได้รับรางวัล นอกจากเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนแล้ว ยังนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาร่วมบูรณะกับเทคนิคสมัยโบราณ โดยเฉพาะบริเวณเสาแกนกลางของเจดีย์ ซึ่งสูง 20 เมตร หนัก 144 ตัน ซึ่งหักและพิงไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา หากมีการรื้อเสาแกนกลางออก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ยืนยันว่า ตัวเจดีย์จะยังอยู่ได้ แต่กรมศิลปากรไม่อนุญาต เพราะเจดีย์นี้จดทะเบียนเป็นโบราณสถาน อีกทั้งยังเป็นเจดีย์ที่มีเสาแกนกลางเทคนิคแบบอยุธยา เหลือเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยเท่านั้น

พระพรหมบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า ดังนั้นทาง สจล. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ในการบูรณะครั้งนี้ จึงคิดค้นแนวทางในการบูรณะเสาแกนกลางใหม่ นำโครงเหล็กมาหุ้มแกนกลางก่อนใช้แม่แรงยกเสาแกนกลางให้กลับมาตรงเช่นเดิม และจดลิขสิทธิ์รูปแบบการบูรณะเสาแกนกลางด้วยวิธีดังกล่าวไว้แล้ว.

พระบรมธาตุมหาเจดีย์

พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่ทรงกลม สัณฐานรูปโอคว่ำ สูง 60.525 เมตร ฐานล่างส่วนนอกวัดโดยรอบได้ 162 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เมตร มีช่องคูหาเรียงรายล้อมรอบชั้นล่างพระเจดีย์ 54 คูหา ชั้นบนถัดจากช่องคูหาขึ้นไปมีพระเจดีย์เล็ก 18 องค์ เรียงรายพระเจดีย์องค์ใหญ่อยู่

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ เป็นผู้เริ่มสร้างพระเจดีย์องค์ใหญ่นี้ขึ้น แต่หลังสร้างวัดแล้ว พระเจดีย์ยังไม่ทันแล้วเสร็จ ผู้สร้างก็ถึงแก่พิราลัยเสียก่อน เมื่อ พ.ศ. 2398 ต่อมา สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ( ช่วง บุญนาค ) ได้สร้างพระเจดีย์ต่อจนเสร็จสมบูรณ์ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

พ.ศ. 2414 พระเจดีย์องค์ใหญ่ถูกฟ้าผ่าจนยอดพระเจดีย์หักไม่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เป็นเวลานานถึง 47 ปี จนกระทั่งปี พ.ศ. 2461 พระธรรมไตรโลกาจารย์ (อยู่ อุตฺตรภทฺโท) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารในขณะนั้น ได้จัดการบูรณปฏิสังขรณ์ยอดพระเจดีย์ขึ้นดังเดิม

พระบรมธาตุมหาเจดีย์นี้ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุตั้งแต่ พ.ศ. 2450 เมื่อคราวที่พระปรากรมมุนี (เปลี่น) เจ้าอาวาสรูปที่ 10 บูรณปฏิสังขรณ์พระเจดีย์องค์เล็กรอบพระเจดีย์องค์ใหญ่ และซ่อมกำแพงรอบพระเจดีย์องค์ใหญ่ จากนั้นได้จัดงานฉลองพระเจดีย์และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานไว้บนพระเจดีย์องค์ใหญ่ ในโอกาสเดียวกันนี้ พระสมุห์ปุ่น (ต่อมาเป็นพระครูสาราณิยคุณ) ได้ให้จารึกข้อความลงในกระดานชะนวน วางไว้ห้องบรรจุพระบรมสารีริกธาตุว่า “พระสมุห์ปุ่น ได้จารึกพระธรรมประจุพระเจดีย์ ณ วันศุกร์ ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 8 หลังปีมะแม 1269 พระพุทธศาสนา 2450 เป็นส่วนอดีต 2549 ส่วนอนาคต ขอให้เป็นปัจจัยแด่พระวิริยาธิกโพธิญาณ ในอนาคตกาลเทอญ ”

ครั้งล่าสุด พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารรูปปัจจุบัน ได้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุมหาเจดีย์ครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อ พ.ศ. 2549 และได้ค้นพบพระบรมสารีริกธาตุและพระกรุจำนวนมากบนองค์พระเจดีย์ใหญ่เมื่อวันที่ 5 และ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระมหากรุณาโปรดเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานบนองค์พระเจดีย์ใหญ่ในโอกาสสมโภช 180 ปีวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ในวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เวลา 16.55 น. นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ที่มา : www.thairesorttown.com
วันที่
: 15 สิงหาคม พ.ศ.2557

เข้าดูได้โดยบุคคลทั่วไป